DID YOU KNOW? WAI KRU CEREMONY

Wai Kru (ไหว้ครู)

Wai: A wai is a common Thai greeting as a way to express gratitude or respect, showing understanding of a situation or person, and also as a polite way to apologize. The palms of the hands are pressed together in a prayer-like gesture with fingers pointing upwards, usually close to the chest, and the head slightly bowed.

Kru: Means teacher in Thai, a person who helps people to learn, works hard to teach and develops our children intellectually, physically, emotionally and socially/morally. 

Therefore, the Wai Kru ceremony is the day in which students pay respect to their teachers in order to express their gratitude and asks for the teachers’ blessing and guidance for their studies for the coming academic year. 


Thursdays

Thursday in Thai culture is known as the day for teachers. According to Thai ancient customs and beliefs, the planet Jupiter is regarded as the “teacher” of all angels. Therefore, Thursdays are regarded as auspicious days for knowledge, generosity, and optimism. Hence, the Wai Kru ceremony is always held on Thursdays. The date will vary from school to school, though Wai Kru is usually held towards the beginning of the new academic year.

Symbolic Flowers on student qualities.

Dok Kem (Ixora) “Kem” in Thai means needle which symbolizes sharp wit and intelligence.

Dok Ma Khue (Eggplant Flower) symbolizes respect. When the flower is in bloom, it bends down as one would do when paying respect to another, in the same way, a student pays respect to their teacher.

Ya Praek (Bermuda Grass) reflects patience or perseverance. Ya Praek grows rapidly all-year-round, therefore, it represents our ability to learn, grow and spread knowledge at all times, just as Ya Praek is visible during every season.

Khao Tok (Popped Rice) stands for discipline. As rice pops if heated in a closed pan, so may we develop into good citizens if we are mindful of self-discipline and the parameters of society as a whole. This is a symbolic expression of the promise to be a good person.

Phra Khun Tee Saam, The 3rd Grace. (พระคุณที่สาม)

The first grace is the Triple Gem.

Thais believe that through practicing Buddhism, we receive the highest grace, that is the Buddha, his Teaching and the Sangha (the monks). 

The second grace is Parents.

A Father’s grace is like the air and a mother’s, like the earth. Thais believe that one should be grateful to parents for raising and caring for them when young. In return, as adults, they will earnestly take care of their parents and look after them.

The third grace is the Teacher.

The teacher is always known as a person who strives to teach with love and kindness. Therefore the song, Phra Khun Tee Saam is always used during Wai Kru Day. Composed around 60 years ago, the song has meaningful expressions of gratitude, perseverance, honesty, and kindness of teachers.

Pa-Je-Ra, Prayer for Teachers.

In Balinese, the sentence at the beginning of the prayer for teachers (ปาเจราจริยา โหนฺติ คุณุตฺตรานุสาสกา ปญฺญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ) means, “The teacher who educates is the most valued person…” is recited by students as a form of respect for and gratitude to the teachers, and asks for the teachers’ blessing for their studies. As Thai culture fosters a deep respect for educators, the Wai Kru ceremony then concludes with teachers giving their blessings and guidance to the students for the coming academic year.

การไหว้ครู

การไหว้ เป็นกิริยาไทยที่แสดงออกถึงความนอบน้อมถ่อมสุภาพซึ่งเราสามารถแสดงการไหว้ในโอกาสและสถานการณ์ต่างๆกัน เช่น การไหว้เพื่อทักทายเมื่อพบเจอกัน การไหว้เพื่อแสดงความขอบคุณหรือความเคารพ การไหว้รับตอบต่อผู้ที่ไหว้เรา หรือแม้กระทั่งการไหว้เพื่อแสดงความความขอโทษอย่างสุภาพ กิริยาของการไหว้คือการที่ฝ่ามือทั้งสองประกบกันมือตั้งขึ้นเสมอหน้าอก คล้ายกับเวลาที่เราจะอธิษฐาน เรียกว่าการพนมมือ  หลังจากนั้นจึงค่อยๆโน้มช่วงศีรษะลงเพื่อรับกับมือที่พนมอยู่นั้น

ครู ในภาษาไทยหมายถึง ผู้ที่ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ผู้คนได้เรียนรู้ ได้มีปัญญามีวิชาความรู้ คือผู้ที่สอนและพัฒนาลูกศิษย์ให้เกิดศักยภาพทั้งด้านสติปัญญา ร่างกาย สังคม อารมณ์ ตลอดจนศีลธรรมจรรยา 

ดังนั้น ‘พิธีไหว้ครู’ จึงเป็นวันที่นักเรียนได้จะแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อครู และขอให้ครูได้ประสิทธิ์ประสาทพรเพื่อหนุนนำแนวทางในการศึกษาวิชาให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

วันพฤหัสบดี

ตามค่านิยมของไทยนั้น วันพฤหัสบดีถือเป็นวันดีเหมาะแก่พิธีการสำหรับครูบาอาจารย์ เนื่องด้วยความเชื่อไทย-พราหมณ์แต่โบราณกล่าวไว้ว่า’พระพฤหัสบดี’นั้นเป็นของ “ครู” ของเหล่าเทพ  ดังนั้นวันพฤหัสบดีจึงถือเป็นวันมงคลสำหรับศิลปวิทยาการ ความเมตตา และการมองโลกในแง่ดี ดังนั้นพิธีไหว้ครูจึงมักจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีเสมอ ส่วนจะเป็นห้วงเวลาเมื่อไรนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละสถานศึกษา ซึ่งโดยมากมักจัดในช่วงเริ่มต้นของปีการศึกษาใหม่

ความหมายและนัยสำคัญของดอกไม้ไหว้ครู

  • ดอกเข็ม ด้วยชื่อดอกไม้นี้พ้องรูป-พ้องเสียงกับ “เข็ม” ในภาษาไทย จึงใช้เพื่อสื่อถึงการมีสติปัญญาชาญฉลาด เฉียบแหลม
  • ดอกมะเขือ สื่อถึงความนอบน้อม สื่อให้ศิษย์แสดงความเคารพนบนอบต่อครูบาอาจารย์ ดุจดังดอกมะเขือที่เมื่อเบ่งบานจะโน้มลง
  • หญ้าแพรก เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมานะอดทนหรือความเพียร หญ้าแพรกนั้นเติบโตแพร่กระจายอย่างรวดเร็วตลอดทั้งปี จึงเปรียบกับการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ การเกิดปัญญาแตกฉานสำเร็จตลอดเวลา 
  • ข้าวตอก สื่อถึงความมีระเบียบวินัย  เปรียบคนเราเป็นเหมือนข้าวเปลือกที่ยังไม่สวยงาม แต่เมื่อได้รับความร้อนจะพองและแตกเปลือกบานเป็นดอกข้าวตอกงามขาวบริสุทธิ์ได้ คนเราก็เช่นกัน หากมีความตั้งมั่นมีวินัยในตนเอง ข่มใจให้อยู่ในครรลองที่ดีงามของสังคมแล้วก็จะประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรืองในที่สุดได้

ที่มาของคำว่า ‘พระคุณที่สาม’ ในวันครู 

พระคุณที่หนึ่งคือ ‘พระรัตนตรัย’ 

สิ่งที่พึงระลึกถึงสูงสุดในชีวิตลำดับแรกคือพระรัตนตรัย ซึ่งประกอบไปด้วย พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ถือว่าเป็นแก้วสามประการอันประเสริฐสูงสุดของพุทธศาสนิกชน

พระคุณที่สองคือ ‘พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด

สิ่งที่พึงระลึกถึงสูงสุดในชีวิตลำดับที่สองคือพ่อแม่ มีคำกล่าวไว้ว่า พระคุณของพระบิดาเปรียบเสมือนอากาศและพระคุณของมารดาเสมือนแผ่นดิน ค่านิยมไทยเราให้ความสำคัญในความกตัญญูกตเวที ลูกพึงรู้สำนึกในบุญคุณของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกมาตั้งแต่ยังเล็ก และเมื่อเติบใหญ่ลูกพึงต้องดูแลพ่อแม่ตอบแทนบุญคุณท่าน

พระคุณที่สามคือ ‘ครูบาอาจารย์

สิ่งที่พึงระลึกถึงสูงสุดในชีวิตลำดับที่สามคือ ครูผู้ซึ่งอบรมสั่งสอนศิษย์ด้วยความรัก ความเมตตา ดังเพลง’พระคุณที่สาม‘ที่เรามักได้ยินกันในพิธีไหว้ครู ซึ่งใช้กันมากว่า 60 ปีมาแล้วนั้น ได้กล่าวถึงนิยามอันลึกซึ้งของความเป็นครูและพรรณาถึงความเมตตากรุณา ความดีงามของครูเพื่อให้เรามีความกตัญญูกตเวทีต่อครู

บทสวด ‘ปาเจราฯ’ ในวันไหว้ครู

‘ปาเจราจริยา โหนฺติ คุณุตฺตรานุสาสกา ปญฺญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ’ นี้คือวลีเริ่มส่วนหนึ่งของบทสวดบาลีในวันไหว้ครู แปลเป็นภาษาไทยว่า “ ครูบาอาจารย์เป็นผู้มีพระคุณยิ่ง ข้าพเจ้าขอนอบน้อมครูบาอาจารย์ผู้ให้โอวาทเหล่านั้น ” ในพิธีไหว้ครู นักเรียนจะสวดบทสวดนี้เพื่อแสดงถึงความเคารพและความกตัญญู ตลอดจนขอพรจากครู ซึ่งโดยในค่านิยมไทยทั่วไปเกี่ยวกับการจัดพิธีไหว้ครูนั้น จะเป็นรูปแบบกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้แสดงความเคารพต่อครูอย่างลึกซึ้งและขอพรจากครูเพื่อให้การศึกษาในอนาคตประสบความสำเร็จ